npjns20191016184822

ภาพของผู้คนหลายหลากวัย ช่วยกันเก็บผักในแปลงอันเขียวขจีนั้น เป็นที่คุ้นชินของชาวบ้านชุมชน ห้วยพระมานาน เพราะคนส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกผัก ผักเหล่านี้จะถูกกระจายไปยังผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครเป็นส่วนใหญ่ แต่ใครจะรู้บ้างว่าเกษตรกรผู้ปลูกผัก กว่า ๗๐ เปอร์เซ็น มีสารเคมีตกค้างอยู่ในเลือดเกินกว่าปริมาณที่กำหนด ด้วยวิธีการปลูกผักโดยใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงเป็นประจำ ทำให้วิถีชีวิตของคนปลูกผักย่ำแย่ ผักไม่มีความปลอดภัย ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและเกษตรกร วิถีการทำการเกษตรของชุมชนห้วยพระ อ.ดอนตูม จ.นครปฐมจึงไม่ต่างจากวิถีของเกษตรกรอีกมากมายหลายพื้นที่ ซึ่งประสบปัญหาระบบการผลิตที่แม้จะแลกมาด้วยความเสี่ยงของสุขภาพตนเอง แต่ผลผลิตที่ได้รับกลับไม่มีคุณภาพและขายไม่ได้ราคา จึงต้องหันมาทบทวนวิถีการผลิตของตนเองเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ใช้ความรู้…สร้างภูมิคุ้มกัน สู่เกษตรวิถีใหม่ เมื่อปี ๒๕๔๕ วิถีชีวิตของเกษตรกรบ้านห้วยพระได้เข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อไม่อาจทนกับสภาพของการใช้สารเคมีจำนวนมากที่ไม่ช่วยให้ผลผลิตดีขึ้น แต่กลับส่งผลให้สุขภาพของผู้ปลูกลดถอยลงด้วยผลจากการเข้าไปขอคำปรึกษาจากนักวิชาการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัด นครปฐม ทำให้รับรู้ว่า พืชที่ปลูกอยู่นั้นไม่เหมาะกับดินที่เสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมีมากเกินไป จึงต้องเปลี่ยนชนิดของผักที่ปลูกใหม่ให้เหมาะสม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกษตรกรคิดได้ว่า หากต้องเปลี่ยนก็ควรจะเปลี่ยนวิถีการปลูกผักโดยลดใช้สารเคมีและ ปรับปรุง ดินของตนให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น แนวคิดนี้ได้ก่อเกิดเป็นรูปร่างขึ้น โดยการแนะนำของนักวิจัยให้ทดลองปลูกผักปลอดภัย โดยการปรับปรุงรูปแบบการผลิตให้ได้มาตรฐาน GAP ( Good Agricutural Practice ) เพื่อให้ผลผลิตเป็นที่ยอมรับของตลาดผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ความร่วมมือของเกษตรกรผู้ปลูกผัก นักวิชาการและบริษัทผู้ส่งออกผักจึงเกิดขึ้นภายใต้ โครงการ “พัฒนาคุณภาพและผลิตผักปลอดสารในจังหวัดนครปฐม” โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ด้วยปัจจัยที่ว่าพื้นที่จังหวัดนครปฐมมีศักยภาพในการผลิตพืชผลทางการเกษตรสูง ประกอบกับมีเส้นทางคมนาคมที่สะดวกและอยู่ใกล้ศูนย์กลางตลาดภายในประเทศ หากมีการปรับตัวให้ทันต่อการเป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพได้ จะทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นการประสานงานระหว่างนักวิจัย บริษัทเอกชนที่ส่งออกผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรกรจึงเกิดขึ้น โดยมีนักวิชาการให้ความรู้ บริษัทให้ข้อมูลที่เป็นเงื่อนไขการผลิตผักปลอดภัย ขั้นตอนการควบคุมคุณภาพการผลิต จนในที่สุดเกษตรกรชุมชนห้วยพระ สามารถเข้าสู่ระบบการผลิตผักปลอดภัยที่มีคุณภาพได้ การปลูกผักปลอดภัยของชุมชนห้วยพระ เน้นการใช้สารเคมีให้น้อยที่สุด มีการตรวจสอบสารเคมีตกค้างทั้งในแปลงผักและผู้ผลิตเองด้วยการตรวจเลือดของเกษตรกรทุกเดือน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ผักที่ออกสู่ผู้บริโภคมีความปลอดภัยจากสารเคมีอย่างแท้จริง การเปลี่ยนวิถีการเกษตรแบบที่คุ้นเคยเข้าสู่วิถีใหม่โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้บริโภค โดยไม่ใช้สารเคมีอย่างเกินพอดี ทำให้ชีวิตของเกษตรกรกลุ่มนี้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสุขภาพกายและใจ คุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น สร้างเครือข่ายขยายผล…ชุมชนผักปลอดภัย เมื่อเห็นว่าการปลูกผักปลอดภัยสามารถเปลี่ยนชีวิตของเกษตรกรได้จึงมีการรวมกลุ่มในนาม กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรตำบลห้วยพระที่มีการขยายเครือข่ายสมาชิกกว่า ๕๐ คน ผลิตผักหลากหลายชนิด อาทิผักบุ้ง กะเพรา โหระพา ใบแมงลัก ผักชีฝรั่ง หน่อไม้ฝรั่ง กระเจี๊ยบเขียว ถั่วเหลืองฝักสด ข้าวโพดฝักอ่อน โดยมีตลาดรับซื้อผลผลิตที่แน่นอนเพื่อส่งขายทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งในประเทศที่รับซื้อ คือ การบินไทย และซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ส่วน ตลาดต่างประเทศ มีทั้ง ญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกา ทั้งนี้ ราคาของผักที่เกษตรกรได้รับนั้นจะประกันราคาไว้ที่กิโลกรัมละ ๑๐ บาท แต่ละรายจะเก็บผลผลิตได้วันละไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ กก.ทำให้มีรายได้ที่แน่นอนและสม่ำเสมอ “ ทำการเกษตรมาทุกรูปแบบแล้ว ทำนา ทำไร่ ทำสวน แต่ไม่เคยมีเงินเก็บเลย แต่ขณะนี้ชุมชนห้วยพระ มีเงินฝากไว้ในธนาคาร สหกรณ์ ไม่มีหนี้สินเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาก จากที่เมื่อก่อนถือว่าเป็นชุมชนที่ยากจนมาก แต่ปัจจุบันเราพึ่งตัวเองได้ ด้วยการปลูกผักปลอดภัยขาย ใช้ความรู้และประสบการณ์เดิมที่มีบวกกับโอกาสและความรู้ใหม่ทำให้ ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น สุขภาพก็ดีขึ้นด้วย เพราะเรากินผักที่เราปลูกเองกับมือ ” นางสมจิต ไพรสีม่วง หัวหน้ากลุ่มฯ หรือที่เรียกขานกันว่า ป้าแมว เล่าให้ฟังด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม นอกเหนือจากผู้บริโภคจะมีความปลอดภัย สิ่งสำคัญที่ชุมชนห้วยพระได้รับคือ วิถีชีวิตใหม่ที่ปลอดภัยจากการใช้สารเคมีซึ่งเป็นวิถีที่มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ตนเอง และสิ่งแวดล้อม ใช้เหตุผลและ ความรู้ ในการเลือกที่จะประกอบอาชีพ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เกิดการพึ่งพาตนเองของชุมชนได้ต่อไปในอนาคต “ การปลูกผักปลอดภัย จึงเป็นทางเลือกที่ชุมชนแห่งนี้เลือกเดินมาอย่างถูกทาง” โครงการ “พัฒนาคุณภาพและผลิตผักปลอดสารในจังหวัดนครปฐม” รศ.ดร.ชัชรี นฤทุม ๐๓๔ – ๓๕๑ – ๙๐๔ , ๐๘๙ – ๒๕๘ – ๑๕๒๙ e-mail eatchn@ku.ac.th นางสมจิตร ไพรสีม่วง๐๓๔ – ๑๙๖ – ๒๒๘ , ๐๘๑ – ๗๕๗ – ๒๕๐๒